วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562

ฉันเป็นอะไร(6):เจาะไขสันหลัง3 เจาะจริงแล้ว


เหมือนกระทู้ที่แล้วเราจะเน้นย้ำโรคLSE(โรคพุ่มพวง) มันเป็นเพราะว่าการขาดความรู้ความสนใจด้านนี้ของคนไทย เราไม่ได้ว่านะคะ เพราะเราเองก็ไม่รู้อะไรเลยจนมาเป็น

ที่เราเน้นเรื่องโรคLSE เพราะว่าคนทั่วไปมักคิดว่านี่คือโรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเองโรคเดียวบนโลก ลองวิกิดูสิคะจะพบเป็นล้านโรค
เรามักโดนถามเมื่อเห็นเรานั่งรถเข็นว่า”ประสบอุบัติเหตุเหรอ”พอเราตอบว่า”ไม่ค่ะ เราป่วยค่ะ” เขาก็ถามเราต่อว่า “เส้นเลือดในสมองแตกเหรอ”เราก็ตอบว่า”ไม่ใช่คะ หมอคาดว่าเป็นโรคทางภูมิคุ้มกัน" ทุกคนจะต่อว่า “เป็นโรคพุ่มพวงเหรอ” เราขอถามคุณว่าเจออย่างนี้ซัก20คนจะโกรธไหม แล้วพอเราอธิบาย(ซึ่งยาวมาก)ทุกคนก็จะงง เราเลยตัดปัญหาบอกแค่ว่าเป็นแผลที่เส้นประสาท จบ! คนก็ถามอีกว่า “เป็นได้ไงประสบอุบัติเหตุเหรอ” (วนมาลูปเดิม)
ฝรั่งเรียกเหตุการณ์แบบนี้ว่า sense of ignorance คือฉันไม่ได้เป็น ไม่รู้ ไม่สน ลองคิดดูว่าคุณจะรู้เรื่องโรคเอดส์ไหมถ้าไม่ได้หนังที่ชื่อว่า “Philadephia”

ขอบคุณรูปจากhttps://www.rottentomatoes.com/m/philadelphia


“Philadephia” เป็นเรื่องของทนายหนุ่มที่เป็นเอดส์ค่ะ และเขาก็ฟ้องบริษัทเขาที่ไล่เขาออกเพราะรังเกียจที่เป็นเอดส์

หนังให้ความรู้เรื่องเอดส์เยอะมาก อย่างหนึ่งคือสัมผัสคนที่เป็นเอดส์แล้วไม่ติด(หนังค่อนข้างเก่าค่ะ ค.ศ.1993นู่น เรื่องสัมผัสคนเป็นเอดส์ไม่ติดอาจรู้กันหมดแล้ว แต่ตอนนั้นจริงหรือเปล่าคะเราว่าคนเป็นเอดส์เดินเข้ามาในห้องคุณก็รังเกียจแล้ว)

เราเล่าต่อนะคะ หมอมาพร้อมเข็มใหญ่ที่จะเจาะหลังเรา พยาบาลจับตัวเรานอนในท่าโก่งโค้ง และปลอบเราที่กำลังจะสะอื้น เขารู้อยู่แล้วว่าเรากลัว เพราะเราโวยวายลั่นวอร์ดมาเป็นอาทิตย์แล้ว แล้วเข็มฉีดยาชาก็ฉีดกลางหลังเรา

และ

และ

เราก็ไม่รู้สึกอะไรอีกเลยเมื่อเข็มใหญ่แทงกลางหลังเรา

ดูรูปสิ น่ากลัวมั้ยคะ


เข็มดูใหญ่ยักษ์สยองขวัญมากๆ

15 นาทีมันก็เสร็จโดยเราไม่เจ็บปวดอะไรเลย หนังหลอกเราชัดๆ เรารู้สึกตลกตัวเองมากที่โวยวายเหมือนคนบ้า เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าหนังและซีรีส์บางเรื่องก็เว่อร์เกินจริง (ไม่ได้ว่าเว่อร์ทุกเรื่องนะ)
น้ำไขสันหลังเราใสๆเหมือนน้ำประปาค่ะ มันถูกนำไปแช่แข็ง1คืนและรีบนำส่งศิริราชเพื่อตรวจหาโรค MS (ศิริราชเป็นที่เดียวที่มีหมอเชี่ยวชาญและศูนย์ MS ค่ะ)

ที่ทรมานจริงๆคือการอยู่เฉยโดยห้ามขยับเขยื้อนหลังจากนั้น 6 ชม. ต่างหาก!!!

book

Disqus Comments