วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562

ฉันเป็นอะไร(8):นาฬิกาชีวิตของฉันที่กำลังจะหยุดลง


คุณเคยได้ยินคำว่านาฬิกาชีวิตไหมคะ

ขอบคุณรูปจาก http://www.birdkm.com/outside-classroom/food-health/biological-clock ค่ะ


นาฬิกาชีวิต (Body Clock) คือวงจรของระบบการทำงานในร่างกายมนุษย์ ที่มีหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการตื่นนอน การนอนหลับ หรือการหลั่งฮอร์โมน แม้แต่การแปรเปลี่ยนของอุณหภูมิในร่างกาย



โดยนาฬิกาชีวิตนั้นจะมีรอบเวลาประมาณ 24 ชั่วโมง ตามเวลาโดยทั่วไป ซึ่งนาฬิกาชีวิตจะถูกควบคุมโดยแสงและอุณหภูมิภายในร่างกาย ซึ่งเมื่อร่างกายได้รับแสงแดดและมีอุณหภูมิในระดับที่เหมาะสม ร่างกายก็จะเริ่มทำงานตามวงจรในแต่ละวัน โดยวงจรดังกล่าวมีชื่อเรียกว่าจังหวะเซอร์คาเดียน (Circadian Rhythms)

ทว่าคนโดยส่วนใหญ่มักจะคิดว่า นาฬิกาชีวภาพเหมือนกับจังหวะเซอร์คาเดียน ซึ่งในความจริงแล้วทั้ง 2 อย่างนี้แตกต่างกัน แต่ก็มีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด เพราะหากไม่มีนาฬิกาชีวภาพแล้ว จังหวะเซอร์คาเดียนจะไม่สามารถทำงานได้ และทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายไม่สามารถทำงานได้ตามธรรมชาติ

อ่านแบบนี้แล้วอาจจะเข้าใจยาก เราบอกง่ายๆละกัน นั่นคือการที่คุณตื่นมาทุกวัน แต่งหน้าไปเรียน/ไปทำงาน กลับบ้านที่ได้รับมอบหมายนอน
แต่ของเราตอนนี้มันหยุดแล้ว และมันเจ็บปวดมากเมื่อมองคนอื่นที่ยังเดินต่อไป
มันค่อยๆเดินช้าลงตั้งแต่วันที่เราออกจากโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งนั้นคือเมื่อ10ปีก่อน ในตอนนั้นเราที่รับเสตียรอยด์จำนวนมากจนคิดว่าตัวเองหายเป็นปกติแล้ว

แต่

มัน

ไม่ใช่

เรารับเสตียรอยด์จำนวนมากเข้าทางเส้นเลือดจนทำให้บวมน้ำทั้งตัวยัดชุดมหาลัยแทบไม่เข้า แถมยังต้องกินต่ออีก เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน มื้อละ4เม็ด!! ซึ่งนั่นเป็นปริมาณสูงสุดที่คนจะรับได้

เราที่ตื่นแต่เช้ามาอาบน้ำ กินข้าว แต่งหน้า นั่งรถเมล์ไปมหาลัยกลายเป็นเราที่ต้อง ตื่นมา แต่งหน้ากลบหน้าบวมๆของตัวเอง (ซึ่งก็ช่วยไม่ได้มาก)นอกจากนี้ยายังทำให้ฮอร์โมนเพศชายเราพุ่งสูงมาก จนเรามีหนวดงอกออกมา ซ้ำร้ายอาเรายังกลัวภูมิคุ้มกันเราที่ลดน้อยลงจนบังคับให้เราใส่หน้ากากตลอดเวลา เพราะคนไทยเป็นหวัดไม่เกรงใจคนอื่นเลย ไอจามปล่อยไวรัสในอากาศ
คุณอาจไม่คิดอะไร แต่รู้ไหมว่าเราและคนป่วยแบบเราต้องคอยหลบไวรัสจากคุณ


และสิ่งที่เรากลัวที่สุดคือการที่เราต้องบอกอาจารย์ว่าเราหายหัวไป ไหนในใบรับรอง-แพทย์เขียนมายาวมากเป็นภาษาไทย เราต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ พอเราบอกว่า “Possibly MS” เท่านั้นแหล่ะ จบ(โรคนี้พบมากกับชาวต่างชาติค่ะ) อาจารย์เขากอดเรา และบอกว่าไม่เป็นไร

แต่กับอาจารย์ไทยเขากลับไม่เข้าใจเรา เขาถามว่า MS คืออะไร ทั้งที่ในใบรับรองแพทย์เขียนว่าแสกนสมอง เจาะไขสันหลังน่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการหยุดสองอาทิตย์ของเรา(เราไม่ได้เปรียบเทียบ โจมตีอาจารย์ไทยกับต่างชาตินะคะ เราแค่เล่าความจริงที่เกิดขึ้นกับเราน่ะค่ะ)

เราร้องให้และไปจบที่officeคณะ เขายืนยันว่าจะไม่ดรอปวิชาอะไรทั้งนั้นของเรา เขาได้อ่านใบรับรองแพทย์แล้ว และพิสูจน์แล้วว่าจริง(ถ้ายังไม่เชื่อคงต้องลากตัวคุณหมอมาล่ะ)

และแล้วก็ผ่านไป1อาทิตย์ ผลวินิจฉัยจะออกมาแล้วว่าฉันเป็นMSหรือเปล่า คำตัดสินประหารของเรา
“ผลออกมาว่าคุณเป็นMS” เสียงของคุณหมอดังขึ้น

นาฬิกาชีวิตของฉันหยุดเดินแล้ว

book

Disqus Comments